จากคู่อริรุ่นเก่า สู่คู่ปรับรุ่นใหม่ ? โลกนี้ไม่มีอะไรที่ยั่งยืน ทุกอย่างย่อมสามารถเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ นั่นคือสัจธรรมที่หลายคนให้การยอมรับ วันนี้คุณอาจจะเป็นคนที่เก่งที่สุด แต่ในอีกหลายปี หรืออาจจะเพียงไม่กี่ปีมันก็อาจจะมีคนมาแย่งตำแหน่งนั้นไปจากคุณได้ชนิดที่่คุณไม่ทันตั้งตัว สถานการณ์ของ ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็พอจะเข้าข่ายนั้นเหมือนกัน

เมสซี่ กับ โรนัลโด้ ได้รับการยกย่องว่าเป็น 2 นักเตะที่เก่งที่สุดของวงการลูกหนังตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขาก็คู่ควรกับการได้รับยศนั้น หลังจากที่ทั้งคู่ต่างก็ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำจนเหมือนกับว่าไม่ใช่คนทั่วไป แถมยังได้รางวัลอันทรงเกียรติไปครองมากมาย โดยเฉพาะรางวัล บัลลง ดอร์ ที่พวกเขาได้ไปครองรวมกันถึง 11 สมัย

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ตอนนี้ เมสซี่ กับ โรนัลโด้ มีอายุ 33 ปีกับ 36 ปีตามลำดับ ทำให้พวกเขาไม่ปราดเปรียวเหมืนเก่า ใช่ สัญชาตญาณของพวกเขายังมีอยูู่ แต่บางครั้งร่างกายมันก็ไม่สามารถขยับเหมือนกับแต่ก่อนได้แล้ว ในทางตรงกันข้าม มันก็เหมือนกับว่าจะมีคู่อริคู่ใหม่ที่มารับบทชิงชัยความเป็นหนึ่งต่อจากพวกเขาเหมือนกัน นั่นคือ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ กับ เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์

หัวหอกชาวฝรั่งเศสถูกจับตามองมาตั้งแต่สมัยที่พา อาแอส โมนาโก คว้าแชมป์ ลีก เอิง มาครองได้เมื่อฤดูกาล 2016-17 แล้ว จากการที่ตอนนั้นทำประตูได้เยอะพอตัว ก่อนที่เขาจะมาสานต่อฟอร์มโหดได้ที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ขณะที่ ฮาแลนด์ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้มีดีกับการเล่นที่ออสเตรียเพียงอย่างเดียว เพราะพอมาอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เขาก็ยังยิงได้เรื่อยๆ

ล่าสุด เอ็มบั๊ปเป้ เพิ่งทำแฮตทริกได้จนช่วยให้ ปารีสฯ บุกไปชนะ บาร์เซโลน่า 4-1 ได้ถึง คัมป์ นู ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดเแรก เมื่อวันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ที่าผ่านมา ขณะที่ ฮาแลนด์ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าด้วยการทำ 2 ลูกในวันต่อมาในเกมที่ ดอร์ทมุนด์ ชนะ เซบีย่า 3-2 และหลังจบเกมเขาก็บอกเองว่าการที่ เอ็มบั๊ปเป้ ทำแฮตทริกได้เมื่อ 1 วันก่อนหน้านั้นเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้เขาอยากโชว์ฟอร์มเก่งออกมาให้ได้เหมือนกัน

ทั้งนี้ หากพิจารณาตามสถิติต่างๆ แล้วนั้น มันก็พอมีแนวโน้มจริงๆ ว่าหลังจากนี้คู่แข่งเบอร์ 1 ในวงการลูกหนังจะเปลี่ยนจาก เมสซี่ vs โรนัลโด้ มาเป็น เอ็มบั๊ปเป้ vs ฮาแลนด์ แล้ว

ยกตัวอย่างเช่นหากนับตั้งแต่ฤดูกาล 2019-20 เป็นต้นมา เมสซี่ สามารถทำประตูในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปได้รวม 7 ลูก ขณะที่ โรนัลโด้ ทำไป 8 ประตู ทั้งคู่สู้ เอ็มบั๊ปเป้ ที่ยิงไป 10 ประตูไม่ได้เลย และซีซั่นก่อน เอ็มบั๊ปเป้ ยังพาทีมไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ด้วย ส่วนกับ ฮาแลนด์ นั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะตั้งแต่ฤดูกาลก่อนจนถึงซีซั่นนี้เขายิงในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปได้รวมแล้วถึง 18 ประตูด้วยกัน

ยิ่งไปกว่านั้น หากบางคนยึดหลักความเชื่อว่าการยิงในรูปแบบอื่นๆ มันยากกว่าการยิงลูกจุดโทษแล้วล่ะก็ มันก็ต้องบอกว่า ฮาแลนด์ กับ เอ็มบั๊ปเป้ ทำได้ดีมากๆ เพราะ 18 ประตูที่ ฮาแลนด์ ทำได้ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ตลอดช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมานั้น มีเพียง 2 หนที่มาจากการยิงลูกจุุดโทษ ส่วน 9 ประตูของ เอ็มบั๊ปเป้ มันมาจากลูกจุดโทษแค่ 1 ลูก ในทางตรงกันข้าม 8 ประตูของ โรนัลโด้ ในเกมถ้วยยุโรปตลอดช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมามันมาจากลูกจุดโทษ 3 ลูก ส่วนของ เมสซี่ เขายิงลูกจุดโทษเข้าไป 4 หนจนทำให้ยอดรวมประตูในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ในช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมาอยู่ที่ 7 ประตู

นอกจากนี้ หากเจาะลึกลงไปอีกก็จะพบว่า 2 คู่แข่งรุ่นใหม่มีประสิทธิภาพในการยิงมากกว่ารุ่นพี่เยอะ เพราะว่า ฮาแลนด์ มีค่าเฉลี่ยการทำประตูได้ถึง 0.64 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง ส่วนสถิติของ เอ็มบั๊ปเป้ อยู่ที่ 0.35 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 หน โดยที่ โรนัลโด้ ตามมาเป็นอันดับ 3 หากเทียบเฉพาะ 4 คนนี้ เนื่องจากตัวเลขของเขาอยู่ที่ 0.24 ลูกต่อการซัดตรงกรอบ 1 ครั้ง ขณะที่ เมสซี่ รั้งบ๊วยที่ 0.11 ลูกต่อการยิงตรงกรอบ 1 หน

หรือถ้าจะดูที่เปอร์เซ็นต์การยิงตรงกรอบ 2 แข้งรุ่นเยาว์ก็ยังทำได้ดีกว่า ฮาแลนด์ มีเปอร์เซ็นต์ยิงตรงกรอบถึง 59.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ เอ็มบั๊ปเป้ ทำไป 49.1 เปอร์เซ็นต์ โดย เมสซี่ ตามมาที่ 48.2 เปอร์เซ็นต์ ส่วน โรนัลโด้ ทำได้เพียง 37.5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ต้องจับตาดูต่อไปว่า เอ็มบั๊ปเป้ กับ ฮาแลนด์ จะรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไปในระยะยาวเหมือนที่ เมสซี่ กับ โรนัลโด้ เคยทำได้หรือไม่ ซึ่งหากพวกเขาทำได้แล้วล่ะก็ มันก็แน่นอนว่าทั้งคู่จะได้ชิงชัยกันเป็นเวลานานเหมือน 2 รุ่นพี่แน่นอน

ตารางเปรียบเทียบผลงานในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ เมสซี่, โรนัลโด้, เอ็มบั๊ปเป้, ฮาแลนด์ ตั้งแต่ฤดูกาล 2019-20 เป็นต้นมา

Posted in new